ข้อจำกัดของการจัด "เวทีประชาคม" แบบดั้งเดิม
ก่อนที่หน่วยงานส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานรัฐจะดำเนินโครงการขนาดใหญ่ (เช่น สร้างถนน ตลาด หรือโรงไฟฟ้า) จำเป็นต้องมีการทำประชาพิจารณ์หรือรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ แต่การจัดเวทีประชาคมแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณสูง ทั้งค่าเช่าเต็นท์ เครื่องเสียง และอาหารว่าง ทว่ากลับมีผู้เข้าร่วมเพียงหยิบมือ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ติดภารกิจทำงาน ทำให้ข้อมูลที่ได้ไม่สะท้อนความต้องการของคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง
เทคโนโลยี e-Voting และ Public Hearing เปิดกว้างและโปร่งใส
เพื่อนำเสียงของประชาชนมาขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างแท้จริง การใช้ แพลตฟอร์มรับฟังความคิดเห็นและลงมติออนไลน์ จึงเป็นเครื่องมือทางรัฐศาสตร์ยุคใหม่ที่ผู้บริหารต้องมี:
- การมีส่วนร่วมจากทุกที่ทุกเวลา: ประชาชนสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดโครงการ ดูภาพจำลอง 3 มิติ และกด "เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย" หรือเสนอแนะเพิ่มเติมผ่านสมาร์ทโฟนของตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดช่วงเวลาที่เปิดรับฟัง
- ระบบยืนยันตัวตน (e-KYC) ป้องกันการโหวตผี: เพื่อความโปร่งใส ระบบสามารถเชื่อมต่อกับการยืนยันตัวตนผ่านฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ หรือแอปพลิเคชันยืนยันตัวตนของรัฐ เพื่อให้มั่นใจว่า 1 คน สามารถลงคะแนนได้เพียง 1 สิทธิ์เท่านั้น (One Man, One Vote)
- สรุปผลด้วย Data Visualization: ระบบหลังบ้านจะประมวลผลคะแนนเสียงและจัดกลุ่มคำวิจารณ์ด้วย AI นำเสนอเป็นกราฟสรุปผลให้ผู้บริหารและสภาฯ นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจพิจารณางบประมาณได้อย่างมีน้ำหนักและชอบธรรม
พัฒนาระบบประชามติออนไลน์ที่น่าเชื่อถือ กับ DK Startup
ความท้าทายที่สุดของระบบลงคะแนนเสียงคือ "ความน่าเชื่อถือและการป้องกันการทุจริตทางไซเบอร์" ทีมวิศวกรซอฟต์แวร์จาก DK Startup มีศักยภาพในการพัฒนาระบบ e-Voting และระบบรับฟังความคิดเห็นที่รองรับผู้ใช้งานพร้อมกันหลักหมื่นคน (High Scalability) เราออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูลที่มีความปลอดภัยสูง ป้องกันการเจาะระบบเพื่อเปลี่ยนแปลงคะแนนเสียง ช่วยให้หน่วยงานของคุณก้าวสู่การบริหารงานแบบเปิดเผย (Open Government) อย่างสมบูรณ์แบบ