Smart City Command Center

ศูนย์สั่งการและแผนที่จัดการภัยพิบัติ
Emergency Response & Incident Mapping

ยกระดับความปลอดภัยของเมืองด้วย ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน ที่เชื่อมโยงประชาชนกับศูนย์สั่งการ (War Room) ชี้เป้าพิกัดบนแผนที่ (GIS) แบบ Real-time เพื่อกระจายกำลังกู้ชีพและดับเพลิงได้อย่างแม่นยำในระดับวินาที

กระบวนการจัดการเหตุฉุกเฉินแบบไร้รอยต่อ

จากผู้แจ้งเหตุ สู่หน่วยกู้ภัย และการสรุปผลให้ผู้บริหาร ทุกเสี้ยววินาทีคือชีวิต เราจึงออกแบบระบบให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วที่สุด

1. แจ้งเหตุ 1 คลิก (SOS)

ประชาชนกดปุ่ม SOS ผ่าน LINE OA หรือแอปพลิเคชัน ระบบจะดึงพิกัด GPS ภาพถ่าย และเบอร์ติดต่อส่งเข้าศูนย์สั่งการทันที

2. Incident Mapping

จุดเกิดเหตุ (อัคคีภัย, อุบัติเหตุ, น้ำท่วม) จะแสดงผลบนแผนที่ดิจิทัล (GIS) หน้าจอ War Room ทันที พร้อมแสดงระดับความรุนแรง

3. กระจายกำลัง (Dispatch)

เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ประเมินสถานการณ์ และกดกระจายคำสั่งไปยังรถพยาบาล รถดับเพลิง หรือทีมกู้ภัยที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุด

4. สรุปรายงานสถานการณ์

ระบบบันทึกเวลาการตอบสนอง (Response Time) และประมวลผลเป็นสถิติรายงาน (Data Analytics) สำหรับผู้บริหารเพื่อวางแผนป้องกัน

หน้าจอศูนย์ปฏิบัติการ (Smart Command Center)

ออกแบบ UI แบบ Dark Mode ลดอาการล้าของสายตาเจ้าหน้าที่ พร้อมแผนที่ GIS ความละเอียดสูง

Incident Mapping View
Traffic Weather
CODE RED: อัคคีภัย
เพลิงไหม้โรงงาน ซอย 4
ผู้แจ้ง: นายสมชาติ (081-xxx-xxxx)
หน่วยกู้ชีพ 01 (ETA: 4m)

Active Incidents

2 ใหม่
เพลิงไหม้โรงงาน
10:42 (2m ago)
โซนอุตสาหกรรม ซอย 4
วิกฤต (Critical) รอสั่งการ
อุบัติเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้า
10:35 (9m ago)
ถนนสายหลัก แยก 2
ส่งรถพยาบาลแล้ว

จุดแข็งและข้อควรระวังของระบบศูนย์สั่งการ

วิเคราะห์เพื่อการออกแบบ Smart City ที่ปกป้องชีวิตประชาชนได้จริง

ข้อดี และ การลดความสูญเสีย

  • ลด Response Time ระดับนาที: การทราบพิกัด GPS ที่แม่นยำจากมือถือผู้แจ้ง ช่วยให้รถพยาบาลไม่ต้องเสียเวลาวนหาซอยที่เกิดเหตุ เพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉิน
  • กรองข่าวปลอม (Fake News): ประชาชนที่แจ้งเหตุต้องผูกบัญชี LINE หรือลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์ ทำให้ศูนย์สั่งการรู้ตัวตนผู้แจ้ง ป้องกันการโทรป่วนเบอร์ 191 แบบเดิมๆ
  • ประเมินสถานการณ์ด้วยภาพ: เจ้าหน้าที่สามารถดูภาพถ่ายจุดเกิดเหตุจากผู้แจ้ง เพื่อส่งรถอุปกรณ์ดับเพลิงหรือกู้ภัยไปให้ตรงกับสเกลของเหตุการณ์

ความท้าทาย และ การเตรียมความพร้อม

  • ต้องมีเจ้าหน้าที่ Standby 24/7: ซอฟต์แวร์ที่ดีต้องทำงานร่วมกับมนุษย์ เทศบาลหรือหน่วยงานต้องจัดเวรเจ้าหน้าที่ (Dispatcher) เฝ้าหน้าจอศูนย์สั่งการตลอด 24 ชั่วโมง
  • ข้อจำกัดด้านสัญญาณอินเทอร์เน็ต: หากจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่อับสัญญาณ ผู้แจ้งอาจส่งภาพหรือพิกัดไม่ได้ ระบบจึงต้องมีระบบสำรองเป็นเบอร์โทรศัพท์สายด่วนปกติควบคู่ไปด้วยเสมอ

สร้างเมืองที่ยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ (Disaster Resilience)

ระบบแจ้งเตือนภัยเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาเมืองตามหลัก ESG (ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม) การระงับเหตุอัคคีภัยหรือสารเคมีรั่วไหลได้อย่างรวดเร็ว ไม่เพียงช่วยชีวิตคน แต่ยัง ลดการแพร่กระจายของมลพิษทางอากาศ (PM2.5) และป้องกันระบบนิเวศจากการปนเปื้อนได้อย่างมหาศาล

Environmental Protection

Data-Driven Prevention

Heatmap Analysis
ระบบเก็บข้อมูลสถิติพื้นที่เกิดเหตุบ่อยซ้ำซาก เพื่อให้ท้องถิ่นนำงบประมาณไปแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้ตรงจุด
Mass Alert Integration
รองรับการเชื่อมต่อ API เพื่อกระจายข้อความเตือนภัย (SMS Alert) ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า (เช่น น้ำท่วม)

ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุด

DK Startup รับพัฒนาซอฟต์แวร์ศูนย์สั่งการ (Command Center)
พร้อมระบบ Incident Mapping ที่เชื่อมต่อกับระบบราชการส่วนท้องถิ่นได้อย่างสมบูรณ์

ปรึกษาวิศวกรระบบ Smart City ฟรี